vipassana - 28 กรรมฆ่าตัวตาย
  หน้าแรก
  ศูนย์พิทักษ์ศาสนา
  พุทธประวัติ
  พระอรหันต์
  พระอริยบุคคล
  พระไตรปิฎก
  ศาสนาในโลก
  ศาสนาพุทธ
  ภิกษุ-สมณะ
  การปกครองสงฆ์ไทย
  พระศรีอาริย์โพธิสัตว์
  นรก
  18 อภิญญา
  19 กฎแห่งกรรม
  19.1 กฏแห่งกรรม
  20 แก้ กรรมเก่า
  21 วิบากกรรม
  22 ผลกรรมเมื่อผิดศีล 5
  23 ลดกรรม 45
  24.1 คู่กรรม คู่บารมี
  Titel der neuen Seite
  28 กรรมฆ่าตัวตาย
  กรรมให้ผลอย่างไร ?
  เหตุให้กะเทย
  อาถรรพ์สวาท
  31 กรรมเก่ากรรมใหม่
  กรรมบท 10
  34 อกุศลกรรม 10
  กิเลส1500ตัณหา108
  35 ความตาย
  เยี่ยมเมืองนรก
  38 โอปปาติกะ
  43 ตายจะไปเกิดที่ไหน
  สวรรค์
  คนเหนือดวง
  บุญ
  บำเพ็ญ วิปัสนา
  ปฏิบัติกรรมฐาน
  ญาณ 16
  อสุภกรรมฐาน
  Home
  กรรมฐานแก้กรรม
  ธรรมที่อุปการะสมาธิ
  วิธีเจริญภาวนา
  วิริยบารมี ,ปัญญา
  63 มโนมยิทธิ
  65 วิปัสสนูปกิเลส
  ศีล สมาธิ ปัญญา
  69 ศีล 5 . 8 .10. 227
  ศีล 5 แบบละอียด
  9.3 ศีล พระธุดงค์
  มงคลสูตร ๑๐
  อานาปานสติ
  มงคล ๓๘ ประการ
  พฺรหฺมจริยญฺจ
  มรรคมีองค์ 8
  สังโยชน์ ๑๐
  สติปัฎฐาน ๔
  ปฏิจจสมุปบาท
  วิชชาจรณสัมปันโน
  จิตประภัสสร
  ฟัง หลวงปู่มั่น
  ฟัง พระโชดกญาณ
  ฟัง หลวงพ่อชา
  ฟัง หลวงพ่อพุธฐานิโย
  ฟัง หลวงพ่อจรัญ
  ฟัง หลวงปู่เณรคำ
  ฟัง พระพรหมคุณา
  ฟัง หลวงปู่พุทธะ
  ฟัง สมภพโชติปัญโญ
  ฟัง พระมหา วชิรเมธี
  ฟัง ดร.สนอง วรอุไร
  ฟัง แม่ชีทศพร
  เกิดมาทำไม
  ติดต่อโลกวิญญาณ
  หลวงปู่แหวน แผ่เมตตา
  หลวงพ่อปาน
  พุทธสุภาษิต ร้อยผกา
  เปรียบศาสนา
  เตือนสติผู้ปฏิบัติ
  พระดูหมอผจญมาร
  หนีบาป
  บริจาคเลือด
  ขยะในใจ
  วิวาห์ ทารุณ
  วิธีช่วยคนใกล้ตาย
  หลวงพ่อวิโมกข์
  การประเคน
  การจุดธูปบูชา
  การแผ่เมตตา
  วิธีใช้หนี้พ่อแม่
  คุณบิดา-มารดา
  วิธีกราบ
  อธิษฐาน
  แด่เธอผู้มาใหม่
  แขวนพระเพื่ออะไร
  เลือกเกิดได้จริง
  ทำนายฝัน
  พระเจ้าทำนายฝัน
  เสียงธรรมะ
  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
  นิทานธรรมะ
  ฟังเสียง หนังสือ
  ฟัง นิทานอีสป
  ละครเสียงอิงธรรม
  เสียง อ่านหนังสือ
  เสียง ทางสายเอก
  หนังสือธรรมะ
  ฟังบทสวดมนต์
  เทศน์มหาชาติ
  เพลงสร้างสรรค์
  สารบัญคำสอน
  เรื่องจริงอิงนิทาน ลี้ลับ
  แนะวิธีหนีนรกแบบง่ายๆ
  แนะนำ วิธีป้องกัน โรค
  F 1 บำบัดความเครียด
  F 2 ความวิตกกังวล
  F 3 วิธีรักษา โรคต่างๆ
  F 4 ตรวจสุขภาพผู้หญิง
  F 5 มะเร็ง
  F 6 ทำแท้งเถื่อน
  F 7 เป็นภูมิแพ้
  F 8 การช่วยชีวิตฉุกเฉิน
  ข่าว บันเทิง
  M 1 ดูทีวีออนไลน์
  M 2 ฟังวิทยุ
  M 3 หนังสือพิมพ์วันนี้
  M 4 หอ มรดกไทย
  M 6 ที่สุดของโลก
  M7 เรื่องน่ารู้
  M 9 ตอบ-อ่าน
  M 10 ดูดวง..
  M 11 ฮวงจุ้ย จีน
  ค้นหา ข้อมูลช่วยเหลือ
  S 1 ท่องเที่ยวไทย
  S 2.1 สถานีขนส่ง - Bahnhof
  S 2.2 GPS
  S 4 เวลา อากาศ โลก
  S 5 กงสุลใหญ่
  S 6 เว็บไซต์สำคัญ
  วัดไทยในต่างแดน
  S 8 ราคาเงินยูโรวันนี้
  S 9 ราคาทองคำวันนี้
  S 10 แปล 35 ภาษาไทย
  S 11 บอกบุญ ทำบุญ
  D 1 Informationen Thailand
  D 2 Buddha
  D 4 Super foto
  Z 1 Clip คำขัน
  Z 2 Clip นิทานธรรมะ
  Z 4 Clip เรื่องจริง
  Clip กรรมลิขิต
  Z 6 Clip หนัง Kino
  การใช้ชีวิตคู่
  เกมส์คุณหนู
  "สุข" แม้ในยาม เศร้า
  ธรรมะเพื่อชีวิต เสียงอ่าน
  รวมบทความธรรมะ
  ค่าน้ำนม
  ฟังเสียงสวดมนต์
  ศาลาปฏิบัติกรรมฐาน
  Kontakt

๑) ทำแต่เรื่องโง่ แล้วจะโตได้ยังไง?

๒) แค่หัดให้ทาน โรคอุปาทานก็เริ่มลด!

๓) กายไม่ใช่กรง ลูกกรงอยู่ที่จิต!

๔) รู้จริงจะไม่เกิด ที่ยังเกิดเพราะไม่รู้!

๕) เหตุแห่งทุกข์ยังอยู่ จะรู้ได้ไงว่าไม่ทุกข์ต่อ?

๖) ยังมืดใช่ทางออก ทางออกต้องสว่าง!

๗) อยากตายอย่างอริยะ จะต้องอยู่อย่างรู้ตัว!


จะต้องไปฆ่าตัวตายอีก ๕๐๐ ชาติ


อัตวิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) บุญที่ได้จากการทำทาน รักษาศีล ยังช่วยเขามิได้ และบุญที่เขาจะรับได้ต้องเป็นบุญจากการปฏิบัติกรรมฐาน ...

๑. ปาณาติบาต มีองค์ ๕

๑. ปาโณ                               สัตว์นั้นมีชีวิต

๒. ปาณสญฺญิตา                       รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต

๓. วธกจิตฺตํ                            จิตคิดจะฆ่า

๔. อุปกฺกโม                            ทำความเพียรเพื่อฆ่า

๕. เตน มรณํ                           สัตว์ตายเพราะความเพียรนั้


"การฆ่าตัวตายถือว่า ไม่ล่วงกรรมบทเป็นปาณาติบาต เพราะการที่ฆ่าตัวเองตายนั้นย่อมไม่ครบองค์ห้า คือขาดข้อปาณสัญญุตา คือรู้ว่าสัตว์มีชีวิตนี่ แต่ไม่ได้มุ่งหมายเอาตัวเอง หมายเอาสัตว์อื่นๆ ที่นอกจากตนเท่านั้น

ถาม – การฆ่าตัวตายถือเป็นปาณาติบาตหรือเปล่าคะ?

การฆ่าตัวตายไม่ใช่ปาณาติบาต แต่เป็นอัตวินิบาต เป็นกรรมคนละอย่างครับ ปาณาติบาตคือปลงชีวิตสัตว์อื่น มีผลให้ชีวิตของสัตว์อื่นขาดก่อนถึงอายุขัย พรากสิทธิ์ในการมีชีวิตไปจากเขา โดยเฉพาะหากเขามีบุญมาก ก็เท่ากับตัดโอกาสเสวยสุขของเขาทิ้งทั้งยวง ส่วนอัตวินิบาตคือการปลงชีวิตตนเอง มีผลให้ไม่ได้ใช้กรรมที่ควรใช้ก่อนถึงอายุขัย โดยเฉพาะหากมีบาปมาก ก็เท่ากับพยายามแหกคุกเพื่อหนีโทษด้วยทางลัด

การไม่รอให้มีการล้างไพ่ใหม่ตามกาล จัดเป็นการตัดตอน สร้างปมยุ่งเหยิงขึ้น ไม่ให้เป็นไปตามวิถีธรรมชาติกรรมวิบาก เปรียบกับหนี้ก็ซับซ้อนกว่าหนี้ชนิดไหนๆ เนื่องจากการทบหนี้กรรมนั้นแตกต่างจากการทบต้นทบดอกของหนี้สินเงินทองมาก ถ้าคุณฆ่าคนมีบุญ โอกาสเสวยบุญของเขาที่ถูกตัดทิ้ง ย่อมสะท้อนกลับมาเป็นความหมดโอกาสเสวยบุญของคุณเช่นกัน คุณจะมีอายุมากในอัตภาพที่เป็นทุกข์ แต่จะมีอายุสั้นในอัตภาพที่เป็นสุข

และถ้าฆ่าตัวเองขณะต้องใช้บาป การหนีโทษย่อมเป็นการเพิ่มโทษในตัวเอง ทุกข์ที่ยังไม่เสวยก็ต้องเสวยอยู่ดี แถมพ่วงทุกข์อันเกิดจากการพยายามแหกคุกเข้าไปอีกกระทง นั่นคือแทนที่จะต้องทนทุกข์ในสภาพมนุษย์ตามเดิม ก็ต้องไปทนทุกข์ในสภาพเปรต สภาพเดรัจฉาน หรือสภาพสัตว์นรก ซึ่งเป็นอัตภาพที่แย่หนักเข้าไปใหญ่

ข้อแตกต่างระหว่างปาณาติบาตกับอัตวินิบาตยังมีอีกมาก เช่น ปาณาติบาตมีผลในกาลต่อไปเป็นความโหดเหี้ยมของจิตใจ มีใบหน้าเหี้ยมเกรียม มีความเดือดร้อนเรื่องสุขภาพกาย อาจถูกรังแก อาจถูกฆ่าให้ตายก่อนวัยอันควร ส่วนอัตวินิบาตมีผลในกาลต่อไปเป็นความอ่อนแอทางใจ มีใบหน้าเศร้าหมอง มีความเดือดร้อนเรื่องสุขภาพจิต คิดมากและน้อยใจเก่ง รู้สึกอ่อนแอ อยากตายด้วยเหตุบีบคั้นแค่ง่ายๆ เป็นต้น

การฆ่านั้น ไม่ว่าฆ่าผู้อื่นหรือฆ่าตนเอง ย่อมได้ชื่อว่าทำจิตให้เศร้าหมอง เมื่อจิตเศร้าหมองย่อมมีคติวิบัติเป็นที่หวัง แต่หากฆ่าตนเองโดยไม่มีจิตเศร้าหมอง ทำจิตให้ขาดจากอุปาทานว่าเป็นตัวตน อันนั้นพระพุทธเจ้าสรรเสริญ การสิ้นชีวิตขณะไร้อุปาทานไม่ถือเป็นบาปด้วยประการทั้งปวง ที่ทำอย่างนั้นได้ก็มีแต่ผู้ศึกษาธรรมจนเข้าใจ และปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงแล้วเท่านั้นครับ



   -  มนุษย์ปกติจะรักตัวเองมากที่สุด แต่ถ้าคิดฆ่าตนเองได้ แสดงว่า จิตเศร้าหมองมาก  ถ้าฆ่าตัวเองด้วยจิตเศร้าหมองแล้ว ไปอบายแน่นอน จะตีความว่า ผิดศีลข้อ 1 หรือไม่ คิดว่าไม่สำคัญ เพราะการกระทำเป็นกรรมชั่วที่ร้ายแรงกว่าทำร้ายผู้อื่นอีก เมื่อตายไป ต้องตกนรก ถ้ากลับมาเป็นมนุษย์ก็ต้องอายุสั้นและคิดฆ่าตัวตายอีก วนเวียนอย่างอีก ๕๐๐ ชาติกว่ากรรมจะเบาบางลง
   -  พระอรหันต์ท่านไม่ฆ่าตัวเองแน่นอน (คนละกรณีกับการสละชีวิต เพื่อสร้างบารมี) เพราะท่านหมดกิเลสคือความเศร้าหมองใดๆแล้ว ถึงแม้ท่านจะได้รับทุกขเวทนาต่างๆ จิตใจท่านก็ไม่เศร้าหมอง จึงไม่มีเชื้ออะไรทำให้ท่านฆ่าตัวตายได้

1. ตายตามธรรมชาติสังขาร
- เข้านอนตามปกติ แล้วหลับไปตลอดกาล

2. ตายด้วยอุบัติเหตุ
- หยิบขวดยาผิด กินแล้วหลับไป ไม่ฟื้นอีกเลย

3. ตายเพราะถูกประหารชีวิต
- โดนประหารด้วยปุ่มยาพิษ 3 สี

4. ตายเพราะถูกสัตว์ฆ่า
- โดนงูกัดตาย

5. ตายเพราะภัยธรรมชาติหรือปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- เดินเล่นอยู่บนเขา ดินถล่ม หินก้อนใหญ่ตกใส่กลางกบาล ตายทันที

6. ตายด้วยอัตนิวิบาตกรรม(ฆ่าตัวตาย)
- กินยานอนหลับทีเดียวหมดขวด

7. ตายเยี่ยงวีรบุรุษ วีรสตรี
- ตายเพื่อปกป้องการ์ตูน (ในสายตาคนบ้าการ์ตูน)

8. แล้วถ้าตายแบบผู้ร้ายล่ะ
- ตายเพราะบ้าการ์ตูนเกินเหตุ (ในสายตาคนเกลียดการ์ตูน)

9. ตายแบบไหนที่ต้องการมากที่สุด ไม่จำกัดประเภท
- ข้อ 1

10. ตายแบบไหนที่ไม่เอาเด็ดขาด
- ทุกข้อยกเว้นข้อ 1

คนฆ่าตัวตายมีหลายแบบครับ ขอจำแนกตามวิธีคิดแบบคนตั้งใจจะตาย โดยไม่มีโรคหรืออาการประสาทหลอนเข้ามาเกี่ยวข้องดังนี้

๑) คิดดับชีวิตหนีความทุกข์

เป็นการฆ่าตัวตายที่พบเห็นบ่อยสุด น่าจะกล่าวได้ว่าเกิน ๙๐% ของการฆ่าตัวตายเข้าข่ายหนีทุกข์ทั้งสิ้น

ทุกข์มีหลายแบบ ทุกข์เพราะโรคภัยไข้เจ็บ ทุกข์เพราะทนภาวะกดดันทางใจไม่ไหว ทุกข์เพราะความเบื่อกัดกินจนไม่เหลือชีวิตชีวาเลยสักนิด ฯลฯ กล่าวโดยสรุปคือเกลียดทุกข์มาก ผู้ฆ่าตัวตายด้วยความเกลียดทุกข์ ย่อมได้ชื่อว่าจิตมีมูลเป็นโทสะ

การฆ่าตัวตายหนีทุกข์มักมีจิตที่เศร้าหมองเป็นทุน และเมื่อถึงเวลาปลิดชีพตนเองก็ต้องอาศัยโทสะขั้นแรงกล้า เป็นตัวขับดันให้ลงมือกระทำอัตวินิบาตกรรมสำเร็จ ฉะนั้นคงไม่ต้องเดากันเลยว่าจิตจะเป็นกุศลหรืออกุศล เพราะแน่นอนว่าต้องเป็นอกุศลเต็มๆ เรียกว่ามืดกันแบบเน้นๆนั่นแหละ

มองเผินๆคุณหลายคนอาจคิดว่าคนฆ่าตัวตายเขาปล่อยวางได้ เขาไม่เสียดายชีวิตและกล้าหาญที่จะเผชิญความตายแล้ว แต่หากคุณเห็นอาการของจิตคนจริงๆ ก็จะพบว่าเป็นตรงข้ามเลยครับ คนคิดฆ่าตัวตายหนีทุกข์นั้นขาดความกล้าที่จะเอาชนะทุกข์ และจิตเขาก็ยึดมั่นถือมั่นอย่างเหนียวแน่นว่าการตายเร็วเป็นของดี การจบชีวิตเป็นเรื่องต้องเร่งรีบ

ความยึดมั่นถือมั่นอย่างรุนแรงในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักเป็นนิสัยติดตัวข้ามภพข้ามชาติเสมอ นั่นเองคนที่เคยฆ่าตัวตายมาก่อนจึงมีแนวโน้มที่จะต้องฆ่าตัวตายอีก การฆ่าตัวตายซ้ำจึงไม่ใช่เพราะเป็นผลกรรมที่เกิดจากการเคยฆ่าตัวตาย แต่เป็นความยึดมั่นถือมั่นว่าการตัดช่องน้อยแต่พอตัวคือของดีต่างหาก

พวกที่ไม่สู้ชีวิตย่อมได้ชื่อว่าอ่อนแอกับการมีชีวิต ยอมแพ้ชีวิต เพราะฉะนั้นรูปชีวิตต่อๆไปก็มักมีพื้นนิสัยอ่อนไหวไม่อยากทนอะไร โดนเหยียบโดนย่ำนิดๆหน่อยๆก็อยากยอมแพ้ชีวิตอีกและอีก

แล้วมีความจริงอยู่อย่างหนึ่งนะครับ หนี้เงินนั้นหนีได้ แต่หนี้กรรมนั้นไม่มีทางเลย หากยังใช้หนี้กรรมไม่หมดแล้วคิดหนี ก็ต้องไปใช้หนี้ต่อในอบายภูมิ ซึ่งจะแย่กว่าเดิมมาก แถมเมื่อบุญเก่าตามมาช้อนทัน เมื่อเกิดเป็นมนุษย์อีกก็ต้องเจอเรื่องน่าท้ออีก อยากฆ่าตัวตายอีก

การเวียนฆ่าตัวตายซ้ำซากประเภทนี้ จะยุติได้ก็ด้วยเหตุปัจจัยอันเป็นตรงข้ามกัน นั่นคือต้องเกิดเป็นมนุษย์สักชาติหนึ่ง พบกัลยาณมิตรหรือครูผู้ชี้ทางถูกทางตรง ทำความเข้าใจเรื่องกรรมวิบาก บ่มเพาะความเข้มแข็งให้กับจิตใจ ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าการปลิดชีพหนีทุกข์เป็นของดี มองเห็นการตายแบบเศร้าหมองโดยความเป็นโทษ เป็นภัย เป็นการหาเรื่องลงอบาย เท่านี้จิตใจก็จะเข้มแข็งขึ้น

เมื่อตัดสินใจไม่ฆ่าตัวตายทั้งที่สถานการณ์บีบคั้นให้คิดอยากฆ่าตัวตายแล้ว ก็จะถอนตัวออกมาจากภพของนักฆ่าตัวตายทีละครั้ง ทีละหน จนกระทั่งเข้มแข็งอดทนได้ในทุกสถานการณ์ ภายในชาติเดียวนั้นเองเขาก็มีสิทธิ์หลุดจากภพของนักฆ่าตัวตายได้อย่างเด็ดขาด แม้เกิดใหม่เผชิญทุกข์ก็จะไม่คิดหาทางออกตื้นๆด้วยการฆ่าตัวตายอีก

๒) คิดหวังภพหน้าตามความเชื่อ

เป็นการฆ่าตัวตายที่ไม่เห็นได้บ่อยนัก แต่ก็มีอยู่เรื่อยๆ และถ้าความเชื่อแบบใดล้าสมัย ก็จะมีความเชื่อใหม่ๆที่ทันยุคทันสมัยมาชวนคนไปฆ่าตัวตายได้ตลอด

ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อแบบไหน ลงถ้าทำให้ตัดสินใจทิ้งชีวิตดีๆได้ ก็แปลว่าต้องมีมูลเหตุล่อใจ ไม่ว่าจะหวังสวรรค์ หวังบูชาซาตาน หรือหวังไปเป็นเพื่อนมนุษย์ต่างดาว กล่าวโดยสรุปคืออยากได้ภาวะหลังความตายตามที่ตนเองเชื่อ ผู้ฆ่าตัวตายด้วยหวังพบสุข ย่อมได้ชื่อว่าจิตมีมูลเป็นโลภะ

เมื่อยังไม่ถึงเวลาตาย แต่รีบอยากตายเอาถ้วย จิตย่อมเหนียวเหนอะหนะด้วยยางคือตัณหา มีโลภะแรงกล้าพอจะตัดชีวิตมนุษย์ทิ้ง ฉะนั้นจึงต้องบอกว่าเขาตายด้วยอกุศลจิตอย่างแน่นอน ขึ้นชื่อว่าอกุศลย่อมต้องมืด ส่วนจะมืดมากหรือมืดน้อยก็ขึ้นอยู่กับแนวคิดความเชื่อของแต่ละเจ้า เช่นฟังเขามาว่าถ้าเซ่นชีวิตบูชาซาตาน ซาตานจะมอบธิดาให้เชยชมอย่างสนุก อันนั้นจะมืดกว่าพวกที่ฆ่าตัวตายหวังไปเป็นสหายแห่งเทวดาหรือมนุษย์ต่างดาว เพราะรู้ทั้งรู้ว่าซาตานเป็นสัญลักษณ์แห่งความไม่ละอายบาป

ความยึดมั่นผิดๆ มีทิฏฐิผิดๆ ย่อมติดตัวนักฆ่าตัวตายไปแม้กายนี้แตกดับแล้ว ฉะนั้นจึงมีโอกาสสูงที่เขาจะพบกับครูผู้สอนผิด สอนให้คิดตัดช่องน้อยแต่พอตัว แล้วก็หัวอ่อนเชื่อง่ายตามไปโดยไม่นึกอยากคัดค้านอีก

เดรัจฉานก็มีความเชื่อในการดำรงชีวิตของพวกมันอย่างหนึ่ง เปรตก็มีความเชื่อในการดำรงชีวิตของพวกมันอย่างหนึ่ง เทวดาก็มีความเชื่อในการดำรงชีวิตของพวกท่านอย่างหนึ่ง ในภพภูมิเหล่านั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงความเชื่อได้ เนื่องจากวิบากเก่าบันดาลร่าง บันดาลสิ่งแวดล้อม และบันดาลจิตสำนึกให้คงเส้นคงวาตั้งแต่เกิดจนตาย จึงมีความยึดมั่นและความเชื่อที่ยากจะมีอะไรมาปรับเปลี่ยน

แต่สำหรับภพมนุษย์นั้นถือว่าโชคดีกว่าสัตว์เหล่าอื่น เพราะร่างกายปรวนแปรได้เรื่อยๆ สิ่งแวดล้อมปรวนแปรได้เรื่อยๆ มีการเรียนรู้เพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ กับทั้งจดจำอดีตกรรมในชาติปางก่อนไม่ได้ เสมือนมีชีวิตอยู่แค่ชาติเดียวครั้งเดียว จิตสำนึกและความคิดอ่านจึงปรวนแปรไปได้เรื่อยๆเช่นกัน ฉะนั้นขอเพียงมีโอกาสเจอครูผู้นำทางถูก ทางตรง ทางสว่างมาล้างมิจฉาทิฏฐิเก่าๆออกจากใจได้ ก็จะหยุดโลภ หยุดฆ่าตัวตายหวังภพภูมิกันในทันทีที่เข้าใจถูก เข้าใจตรง เข้าใจกระจ่างสว่างแจ้งเต็มภูมิ

๓) คิดใช้การตายของตนสงเคราะห์ผู้อื่น

เป็นการฆ่าตัวตายที่มีโอกาสเห็นได้น้อยที่สุด คุณต้องเกิดเป็นมนุษย์หลายๆชาติจึงอาจเจอคนใกล้ตัวจบชีวิตตนเองเพื่อคนอื่นสักครั้ง

เรื่องตัวอย่างที่มักยกมาอ้างอิงกันมากเห็นจะได้แก่ฤาษีตนหนึ่ง เห็นจากปากเหวว่าแม่เสือหิวกำลังจะกินลูกของตัวเอง จึงเกิดความเวทนา โดดเหวด้วยความตั้งใจสละร่างของตนเป็นอาหารให้แม่เสือ

ความจริงฤาษีไม่ได้อยากจะตาย ชนวนเริ่มต้นมาจากความเมตตาอยากสงเคราะห์ จึงไม่ใช่การ ‘ฆ่าตัวตายเพื่อตนเอง’ ควรเรียกว่าเป็นการ ‘ยอมตายเพื่อผู้อื่น’ มากกว่า กล่าวโดยสรุปคือถ้าสละเลือดเนื้ออันเป็นที่รักของตนเองให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้ ไม่มีความคิดหนีทุกข์หรือหวังภพภูมิอื่นแอบแฝง ย่อมได้ชื่อว่าจิตมีมูลเป็นเมตตา

เมตตาจิตที่ยอมสละชีพเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นได้นั้น ต้องมีความห้าวหาญ หนักแน่นมั่นคงยิ่งยวด เมื่อกระแสเมตตาการุณย์บวกเข้ากับความหนักแน่นมั่นคง จึงรวมดวงเด่นเป็นฌาน หลังกายดับจึงเข้าสู่ความเป็นสหายแห่งพรหม ซึ่งอยู่เหนือกามภูมิ สูงส่งประณีตกว่าเทวดานางฟ้ามากมาย

ผู้ที่สละชีพเพื่อคนอื่นได้นั้น เกิดใหม่จะมีใจใหญ่ สามารถทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่เห็นแก่ตนเอง ทว่าก็ไม่จำเป็นต้องติดนิสัยสละชีพซ้ำๆทุกชาติ เนื่องจากแต่ละสถานการณ์เลวร้ายมีหนทางช่วยได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องทิ้งชีวิตพลีชีพเป็นทานเสมอไป

อย่างเช่นท่านฤาษีในตัวอย่างข้างต้นนั้น ท่านก็เห็นว่าตนเองมีอายุพอสมควร สั่งสอนสานุศิษย์มานานพอ ไม่มีอะไรข้างหลังให้เป็นห่วง ท่านจึงไม่อาลัยไยดีในโครงกระดูกฉาบเนื้อที่รอวันผุพังในเร็ววันนั้น แต่หากท่านยังหนุ่มแน่น ยังไม่บำเพ็ญตบะจนบรรลุฌานตามจุดมุ่งหมายใหญ่ของชีวิต ท่านก็อาจข่มความสงสารไว้ รักษาเลือดเนื้อไว้ทำประโยชน์ให้ถึงที่สุดเสียก่อน

ความจริงยังมีวิธีสละชีพอีกหลายแบบ ขอกล่าวเปรียบเทียบไว้ด้วยว่า การสละชีพเพื่อคนอื่นไม่จำเป็นต้องมีมหากุศลจิตเป็นจิตสุดท้ายเสมอไป อย่างเช่นบางท่านรู้ตัวว่าเป็นคนดัง ถ้าฆ่าตัวตายจะเป็นข่าวใหญ่เรียกร้องความสนใจจากประชาชน สามารถกดดันให้แก้กฎหมายผิดๆได้ ถ้าหากจิตยังเคลือบอยู่ด้วยความเศร้าหมอง มีความท้อใจกับกระบวนการยุติธรรมอยู่ อันนี้ก็ตั้งมั่นเป็นฌานแบบท่านฤาษีไม่ได้นะครับ ให้เป็นกุศลที่สุดก็ได้แค่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ ต่อสู้เรียกร้องความถูกต้องกันใหม่อีก

สรุปโดยรวมแล้ว การฆ่าตัวตายหรือการยอมตายเริ่มมาจากวิธีคิดที่แตกต่าง มีความเป็นไปได้หลากหลาย ไม่ใช่อะไรที่ตายตัว

คุณอาจเคยได้ยินมาว่าถ้าฆ่าตัวตายครั้งหนึ่ง จะต้องฆ่าตัวตายซ้ำอีก ๕๐๐ ชาตินั้น เป็นเพียงความเชื่อที่สืบๆกันมานะครับ ไม่ใช่ความจริงอันเป็นสากล โบราณาจารย์ท่านเพียงระบุไว้คร่าวๆเพื่อให้เห็นความน่ากลัวของการฆ่าตัวตาย ว่ามีผลให้จิตใจอ่อนแอและต้องปลิดชีพตนเองอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าเป็นกฎตายตัวว่าฆ่าตัวตายหนึ่งครั้งต้องฆ่าตัวตายซ้ำอีก ๕๐๐ หน อย่างนี้มิแปลว่าต้องเอา ๕๐๐ คูณเข้าไปในการฆ่าตัวตายแต่ละครั้งไม่มีที่สิ้นสุดหรอกหรือ?

ชีวิตเป็นของมีค่า ได้มาโดยยาก หากคุณไม่เห็นค่า ชีวิตก็ไม่ง้อและยินยอมให้ทำลายได้ง่ายๆ แค่เอามืออุดปากอุดจมูกเดี๋ยวเดียวก็ม่องเท่งแล้ว แต่การพยายามเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดานี่สิ คุณต้องสั่งสมบุญกุศลกันเหงื่อไหลไคลย้อยแรมปีเลยล่ะกว่าจะได้มา

กรรมเจ้าชู้และเจ้าอารมณ

เจ้าของเคสมีเพื่อนในที่ทำงานคนหนึ่ง เธอเป็นคน จ.แพร่ ต่อมาเธอได้เดินทางไปทำงานกับพี่สาวที่ลพบุรี และได้เรียนต่อปริญญาตรีโดยมีพี่สาวช่วยส่งเสียบางส่วน ขณะ ที่เธอกำลังศึกษาอยู่และทำงานไปด้วย ได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งคบกันเป็นแฟน คบกันได้ระยะหนึ่งก็ตกลงใจจะแต่งงานกันโดยเก็บเงินร่วมกันที่จะใช้ในการแต่ง งาน ต่อมาเธอจับได้ว่า ผู้ชายนอกใจเธอและทำให้ผู้หญิงคนนั้นตั้งครรภ์ เธอเสียใจมากและทำร้ายผู้ชายคนนั้นด้วยการแทงด้วยมีดปลายแหลม แต่ฝ่ายชายยังรักอยู่ก็ให้อภัยและขอคืนดีด้วย เธอเป็นคนมีทิฐิ จึงรับไม่ได้ที่จะกลับไปคืนดีด้วย



เมื่อเธอ ตัดสินใจเลิกรากันไป ก็เดินทางกลับไปหาแม่ ทำให้เธอมีกำลังใจและเมื่อทำใจได้แล้ว เธอก็ได้เดินทางกลับมาเรียนต่อและทำงานเหมือนเดิม เธอได้พบกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นแฟนคนปัจจุบันและเป็นคน จ.ลพบุรี เมื่อคบกันได้ระยะหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจมาอยู่กินด้วยกันที่กรุงเทพฯ โดยยังไม่ได้แต่งงานกัน แม่ของเธอรับรู้และเข้าใจ เธอแอบจดทะเบียนสมรสกับแฟน โดยแม่และพี่สาวไม่ได้รับรู้เลย เธอจดทะเบียนสมรสเพราะว่าจะสร้างฐานะด้วยกัน และมีโครงการที่จะแต่งงานด้วยกันในอนาคต ได้ตกลงผ่อนซื้อรถยนต์ร่วมกับแฟน



เมื่อวัน ที่ 16 ก.ค. 2546 เธอได้มาทำงานในบริษัทที่เจ้าของเคสทำงานอยู่ ทำให้เธอได้พบกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่เป็นกัลยาณมิตรชักชวนให้เธอเข้าวัดพระธรรมกาย โดยได้ร่วมปฏิบัติธรรมที่บ้านกัลยาณมิตรที่บริษัททุกเย็นวันพฤหัสบดี และร่วมทำบุญทุกบุญตลอดจนบุญกฐินปี 2546 ซึ่งเป็นบุญใหญ่ ซึ่งเธอมีหน้าที่เตรียมอาหารและของใช้ที่จะพาผู้คนไปทอดกฐินถึง 5 รถบัสใหญ่ รวม 200 คนที่วัดพระธรรมกายเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2546 เธอทำไปด้วยความปีติและเต็มใจ ถึงแม้ว่าในขณะนั้นเธอจะเริ่มมีปัญหากับแฟน แต่เธอก็ไม่ได้ท้อถอยและขาดตกบกพร่องต่อการทำหน้าที่ ต่อมาเธอมีปากเสียงและทะเลาะกับแฟนมาตลอด ถึงขั้นใช้ไม้แบดมินตันตีจนไม้หัก แฟนก็โกรธและขอเลิกกับเธอ



วันที่ 19 พ.ย. 2546 แฟนได้เขียนจดหมายมาบอกเลิก และทิ้งเอาไว้ว่าขอเลิกและจะให้เงินในการหย่าจำนวน 1 แสนบาท เมื่อเธอได้รับจดหมายแล้วก็เสียใจ แต่ก็ไม่รู้จะบอกกับใคร



เมื่อวัน ที่ 20 พ.ย. 2546 เธอเกิดอาการเครียดลงกระเพาะ จนทำให้ปวดท้องและอาเจียน เพื่อนในบริษัทได้พาเธอไปหาหมอที่ รพ.ปู่เจ้าเมืองสมุทรในช่วงเที่ยงของวันนั้น เมื่อได้พบหมอแล้ว เธอก็กลับไปทำงานต่อ ตอนเย็นเธอเดินทางกลับบ้านและก็บอกกับเพื่อนว่า พรุ่งนี้เธอจะลากลับบ้านที่ จ.แพร่ เพื่อที่จะไปดูแลแม่ที่ล้มป่วย



เมื่อวัน ที่ 21 พ.ย. 2546 แทนที่เธอจะเดินทางกลับบ้านที่ จ.แพร่ เธอกลับตัดสินใจกลับบ้านเก่าด้วยการกินยาฆ่าตัวตาย โดยกินยานอนหลับจำนวน 40 เม็ด แต่แฟนได้มาพบนำส่งรพ.ล้างท้องได้ทัน พอออกจากรพ. แฟนได้เก็บข้าวของของเธอไปส่งไว้ที่บ้านพี่สาวที่เธอไปพักรักษาตัวอยู่



เช้าวัน ที่ 22 พ.ย. 2546 พี่สาวและพี่เขยได้ออกไปตามหาแฟนของน้องสาว ระหว่างที่เธออยู่ลำพังคนเดียว ก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่ชายของแฟน โทรมาด่าว่าเธออย่างรุนแรง ทำให้เธอเสียใจเป็นอันมาก ทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตายเป็นครั้งที่ 2 ก่อนตายเธอได้โทรไปหาพี่สาวว่า พี่ชายของแฟนได้โทรมาด่าว่าเธออย่างรุนแรง พี่สาวได้ห้ามไม่ให้คิดสั้น แต่เธอก็ไม่ได้ทำตาม ได้เขียนจดหมายลาตายไว้ 1 ฉบับว่า ให้พี่สาวทวงทรัพย์สินที่เป็นของเธอคืนจากแฟน และจะอาฆาตตามจองเวรไปทุกภพทุกชาติแล้วเธอก็ผูกคอตายโดยใช้เชือกเย็บรองเท้า ครั้งนี้เธอทำสำเร็จ และเสียชีวิตเมื่อเวลา 10.42 น.



คำถาม กรรมใดทำให้เธอฆ่าตัวตายในชาตินี้ แรงอาฆาตพยาบาทที่เธอมีต่อแฟนเธอนั้นจะส่งผลอย่างไรบ้าง เธอผูกเวรกับใครมาตั้งแต่ชาติก่อนหรือไม่ และต้องผูกเวรกันต่อไปหรือไม่ เธอตายแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ผลบุญที่เธอนำคนไปทอดกฐินจะช่วยให้เธอพ้นจากบ่วงกรรมครั้งนี้ได้หรือไม่ ถ้าช่วยไม่ได้ เพื่อนในบริษัทจะช่วยเธอได้อย่างไรบ้าง หากเธอต้องไปเกิดเป็นวิญญาณร้ายที่ตามอาฆาตพยาบาท จะเรียกว่าอะไร ถ้าเป็นปีศาจอยากทราบว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเป็นอยู่อย่างไร เหมือนผีที่สิงอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ที่คอยทำร้ายผู้อยู่อาศัยหรือไม่ ถ้าเจอวิญญาณอาฆาตจะมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง



คำตอบ เหตุที่เธอฆ่าตัวตายก็เพราะในอดีตได้เกิดเป็นผู้ชายและก็มีนิสัยเจ้าชู้ พร้อมทั้งอารมณ์ร้อน เวลาโกรธก็มักจะตบตีทำร้ายแฟนสาว ต่อมามีแฟนสาวคนหนึ่งที่หลงรักแต่ถูกทอดทิ้งก็ตรอมใจ เลยมีความเสียใจได้ฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา ด้วยกรรมนั้นก็ได้เสวยวิบากต่าง ๆ มากมาย วิบากกรรมเจ้าชู้ทำให้มาเกิดเป็นผู้หญิงและยังมีนิสัยเจ้าอารมณ์ติดมาด้วย วิบากกรรมที่ได้ทำให้แฟนสาวคนหนึ่งได้ฆ่าตัวตาย เลยต้องมาฆ่าตัวตาย แรงพยาบาทของเธอที่ได้อาฆาตไว้ว่า จะจองเวรแฟนของเธอไปทุกภพทุกชาติ จะมีผลคือ ผลัดกันทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้จบ โดยเป็นวงจรบาปอกุศล



ในอดีต ฝ่ายชายเคยเป็นแฟนเก่าของฝ่ายหญิงที่เคยเกิดเป็นผู้ชายเจ้าชู้ในชาตินั้น นั่นคือ ผู้ชายในชาตินี้เคยเป็นผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนในชาตินั้นของฝ่ายหญิงที่เกิดเป็น ผู้ชายเจ้าชู้ในสมัยนั้น แฟนเก่านั้นคือผู้ชายคนนี้ (ฝ่ายหญิงในอดีตชาติ) ทนความเจ้าชู้ของฝ่ายหญิง (ผู้ชายเจ้าชู้) ไม่ได้ ก็พยายามตีจาก แต่ฝ่ายชายในสมัยนั้นไม่ยอม เพราะมีความคิดว่า ตนทิ้งคนอื่นได้ แต่ทุกคนที่มาเป็นแฟน ห้ามทิ้งตน และในชาตินั้นได้ตามไปตบตีฝ่ายหญิงในชาตินั้น แต่ฝ่ายหญิงหนีไปได้และเบื่อหน่ายในการเป็นผู้หญิง ทำบุญก็อธิษฐานขอให้เป็นผู้ชาย ก็เลยกลับมาเกิดเป็นผู้ชาย สองกรรมนั้นมารวมกัน จึงต้องมาผูกคอตาย จัดเป็นกรรมเก่าและกรรมใหม่มารวมกัน เป็นกรรมที่ไม่รู้จักจบสิ้น



การแก้ไข ก็ต้องให้ฝ่ายชายสร้างบุญหนีกรรมไป คือปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย ส่วนฝ่ายหญิงที่ตายไปจะพ้นกรรมได้ต้องเจอพระพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมจนบรรลุธรรมจึงจะพ้นกรรม เพราะจองเวรกัน



เมื่อเธอ ตายไปแล้วเจ้าหน้าที่ก็มารอรับแล้วพาเธอไปยมโลกด้วยวิธีการลากคอเธอไปด้วย เชือกที่เธอผูกคอตาย เธอทรมานมาก ขณะนี้รออยู่ที่ลานหน้าโรงพิพากษา ใกล้จะถึงคิวพิพากษาแล้ว ผลบุญที่เธอทำเอาไว้บ้าง เช่น นำคนไปทอดกฐิน หรือบุญที่เจ้านายทำ เธอก็ช่วยทำเพราะเกรงใจเจ้านาย ก็พอจะช่วยเธอได้บ้าง เมื่อเธอไปอยู่ที่หน้าบัลลังก์พิพากษา เธอจะไม่ต้องไปตกในมหานรก แต่ต้องไปเป็นเจ้าหน้าที่ในยมโลก 1 ปีเต็ม ไม่มีพักผ่อน ด้วยอำนาจมักโกรธของเธอ เจ้าอารมณ์ โดยทำหน้าที่ทรมานกลุ่มของสัตว์นรกที่มีกรรมฆ่าตัวตาย



เพื่อน ที่บริษัทจะช่วยเธอได้ก็ทำทุกบุญเป็นหลัก โดยเฉพาะบุญสามแสนปลื้ม แล้วอุทิศบุญไปให้เธอ และต้องอุทิศไปให้บ่อย ๆ ตอนนี้เธอยังอยู่ในยมโลก



ผี คือ กายละเอียดรูปร่างคล้าย ๆ มนุษย์ หน้าตาหมอง ตายที่ไหนก็อยู่ที่นั้น



ภูต คือ กายละเอียดคล้ายคนแต่มีฤทธิ์ สามารถทำอะไรบางอย่างได้ เช่น แปลงกายเป็นสัตว์ต่าง ๆ หรือเข้าไปสิงบังคับคนได้ ภูตแต่ละตัวแปลงตัวได้ไม่เท่ากัน



ปีศาจ เป็นกายละเอียดชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในสายการปกครองสายยักษ์ของท้าวเวสวัณโณ มีหน้าตาพิกล น่าเกลียด ผิดรูปร่างจากภูตผี คล้ายอสุรกายก็ไม่ใช่ เช่น บางตัวเป็นคนมีมือมีเท้ามีปากเป็นสัตว์ บางพวกมีฤทธิ์สามารถเบียดเบียนแกล้งมนุษย์ได้ ถ้าเจอปีศาจจะต้องอยู่ในบุญแผ่เมตตา ถ้าเจอะกันจัง ๆ หน้า ให้แผ่เมตตา อย่าไปตบตีปีศาจ ถ้าหากเราไม่มีกรรมเวรอะไรกับเขา เขาก็ทำอะไรเราไม่ได้ แต่ถ้ามีเวรกับเขา เราต้องนึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งและบุญที่เราได้ทำไว้ พวกนี้ก็จะทำอะไรเราไม่ได้ เราอย่าพึ่งตกใจไปซะก่อน


Heute waren schon 3 Besucher (46 Hits) hier!
=> Willst du auch eine kostenlose Homepage? Dann klicke hier! <=